หูฟัง True Wireless แบบเปิด (open-fit) ที่ไม่มีจุกยางมักจะมาพร้อมข้อจำกัดเดิม ๆ คือตัดเสียงรบกวนไม่ได้ แต่ AirPods 4 (ANC) คือหูฟังแบบเปิดรุ่นแรก ๆ ของโลกที่ใส่ Active Noise Cancellation มาให้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ในทางวิศวกรรมแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีจุกอุดหูช่วยกันเสียง แล้ว Apple ทำได้ดีแค่ไหน คุ้มกับราคา ฿5,042 ที่แพงกว่ารุ่นธรรมดาหรือไม่ เราใช้งานจริงและรวบรวมผลทดสอบจากทั่วโลกมาสรุปให้ในรีวิวนี้
สรุปใน 30 วินาที
เหมาะกับ: คนที่ใส่หูฟังแบบมีจุกแล้วอึดอัด เจ็บหู แต่ยังอยากได้ระบบตัดเสียงรบกวนติดตัว · ผู้ใช้ iPhone/Apple ที่ต้องการความลื่นไหลในการเชื่อมต่อ · คนที่อยากได้ยินเสียงรอบตัวบ้างเพื่อความปลอดภัย
ไม่เหมาะกับ: คอเพลงสายเบสหนัก ๆ อย่าง EDM หรือฮิปฮอป · คนที่ต้องการ ANC เงียบสนิทระดับเดียวกับ AirPods Pro · ผู้ใช้ Android (เสียฟีเจอร์ครึ่งหนึ่ง)
คะแนนตามการใช้งาน
- ความสบายในการสวมใส่: 9/10 — เบา ใส่ลืม ไม่มีแรงดันในหูเหมือนจุกยาง
- การตัดเสียงรบกวน: 7.5/10 — ดีมากเมื่อเทียบกับหูฟังแบบเปิด แต่ยังสู้แบบมีจุกไม่ได้
- คุณภาพเสียง: 8/10 — ใส กลางชัด แต่เบสบาง
- ระบบนิเวศ Apple: 9.5/10 — เชื่อมต่อและสลับอุปกรณ์ลื่นที่สุดในตลาด
ANC บนหูฟังแบบเปิดดีแค่ไหน
นี่คือจุดขายและจุดที่น่าสงสัยที่สุด คำตอบคือ มันได้ผลจริง แต่อย่าคาดหวังความเงียบสนิท จากการทดสอบ AirPods 4 (ANC) ลดเสียงย่านกลางถึงสูงได้ราว 15-20 เดซิเบล ซึ่งจัดการเสียงน่ารำคาญในชีวิตประจำวันได้ดี เช่น เสียงแอร์ เสียงพัดลม เสียงคนคุยในร้านกาแฟ หรือเสียงวี้ ๆ ในเครื่องบิน
จุดอ่อนคือ เสียงทุ้มต่ำลึก ๆ ยังเล็ดลอดเข้ามาได้ เช่น เสียงเครื่องยนต์รถเมล์หรือรถไฟฟ้า เพราะไม่มีจุกยางช่วยกันเสียงทางกายภาพ หลายสำนักจึงเรียกมันว่า “ANC Lite” สรุปคือถ้าเทียบกับหูฟังแบบเปิดด้วยกัน นี่คือสุดยอด แต่ถ้าเทียบกับหูฟังมีจุกทั่วไป มันยังตามอยู่หนึ่งก้าว
โหมด Transparency ก็มีให้ แต่ตามตรง เนื่องจากตัวหูฟังเปิดอยู่แล้ว คุณได้ยินเสียงรอบตัวเกือบเต็มอยู่ดี โหมดนี้จึงเปลืองแบตโดยได้ประโยชน์น้อย
เสียงและการสวมใส่
ด้านการสวมใส่ AirPods 4 ทำได้ ดีเยี่ยม ตัวหูฟังเบา ออกแบบทรงใหม่ให้พอดีกับหูคนส่วนใหญ่ ใส่นาน ๆ ได้สบายโดยไม่มีอาการเจ็บหรืออึดอัดแบบจุกยาง ข้อแม้คือมันสิ้นสุดที่ก้านหูฟัง ไม่มีตัวล็อกเสริม เวลาวิ่งหรือสะบัดหัวแรง ๆ จึงมีลุ้นหลุดอยู่บ้าง
ด้านเสียง พัฒนาขึ้นชัดจากรุ่นก่อน เสียงกลางสะอาด เสียงร้องเป็นธรรมชาติ มิติเสียงเข้าใกล้ AirPods Pro 2 แต่จุดที่ยอมรับกันทุกสำนักคือ เบสยังน้อยและบาง เปิดเพลงร็อกหนัก ๆ EDM หรือฮิปฮอปแล้วพลังย่านต่ำหายไป และ เร่งวอลุ่มก็ไม่ช่วยให้เบสหนาขึ้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางกายภาพของดีไซน์แบบเปิดที่อากาศรั่วออกได้ อีกจุดที่น่าหงุดหงิดคือ ไม่มีปุ่ม/ปัดปรับวอลุ่มที่ก้านหูฟัง ต้องสั่ง Siri หรือกดที่เครื่องเอา ต่างจาก AirPods Pro 2
สำหรับสาย iPhone
ถ้าคุณอยู่ในระบบนิเวศ Apple นี่คือเหตุผลหลักที่ควรเลือก AirPods 4 การ จับคู่ครั้งเดียวแล้วใช้ได้ทุกเครื่อง ทั้ง iPhone, iPad, Mac การสลับอุปกรณ์อัตโนมัติทำได้ลื่นไหลที่สุดในตลาด รองรับ Find My ตัวเคสมีลำโพงในตัวช่วยหาเมื่อทำหาย และมี Personalized Spatial Audio พร้อมระบบติดตามการเคลื่อนไหวของศีรษะ
ในทางกลับกัน ถ้าใช้ Android ไม่แนะนำ เพราะฟีเจอร์ครึ่งหนึ่งที่ต้องพึ่ง iOS จะใช้ไม่ได้ และเสียความคุ้มค่าไปมาก
แบตเตอรี่
นี่คือจุดที่ต้องแลกกับการมี ANC ตัวหูฟังฟังได้ ราว 4 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC (เทียบกับ 5 ชั่วโมงตอนปิด) รวมกับเคสได้ประมาณ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC (30 ชั่วโมงตอนปิด) ถือว่าพอใช้แต่ไม่โดดเด่น ข้อดีคือ ชาร์จเร็ว 5 นาทีฟังต่อได้ราว 1 ชั่วโมง
เคสของรุ่น ANC อัปเกรดขึ้น รองรับ ชาร์จไร้สายทั้ง MagSafe และ Qi รวมถึงชาร์จด้วยที่ชาร์จ Apple Watch ได้ และที่สำคัญเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C แล้ว เลิกพึ่ง Lightning เสียที
สรุป: ควรซื้อไหม?
AirPods 4 (ANC) คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้หูฟังตัดเสียงรบกวนแต่ทนจุกยางไม่ได้ มันทำในสิ่งที่หูฟังแบบเปิดเคยทำไม่ได้ บวกกับความลื่นไหลของระบบ Apple ที่ไม่มีใครสู้ ในราคา ฿5,042 จึงสมเหตุสมผล ตราบใดที่คุณเข้าใจว่า ANC ระดับนี้คือ “เบา” ไม่ใช่ “เงียบสนิท” และยอมรับเบสที่ค่อนข้างบางได้
ถ้างบจำกัดและไม่ได้อยู่ในที่เสียงดังบ่อย ลองดู AirPods 4 ตัวธรรมดา ที่ถูกกว่า เสียงและการสวมใส่เหมือนกันเป๊ะ เพียงตัด ANC ออก แต่ถ้าต้องการ ANC ที่เงียบจริงจังและเบสแน่นกว่า ควรขยับไป AirPods Pro 3 ที่มาพร้อมจุกยางและตัดเสียงระดับท็อปแทน
