EarFun Air 2 คือเอียร์บัด True Wireless จาก EarFun แบรนด์ TWS สายคุ้มราคาที่กวาดรางวัลด้านความคุ้มค่ามาเพียบ จุดขายของรุ่นนี้คือ เสียง Hi-Res รองรับ LDAC ในราคาพันต้น ๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอียร์บัดที่ถูกที่สุดที่มีโคเดกระดับนี้ ในราคาราว ฿1,190 เหมาะมากกับคนงบประหยัดที่อยากได้เสียงดีคุ้มราคาโดยไม่ต้องจ่ายแพง เรารวบรวมข้อมูลจากรีวิวต่างประเทศหลายเจ้า (CNN Underscored, Scarbir, What Hi-Fi?) มาสรุปแบบฟันธงให้เข้าใจง่าย
สรุปใน 30 วินาที
ถ้าให้ฟันธง — EarFun Air 2 คือเอียร์บัด Hi-Res LDAC ที่คุ้มที่สุดในงบพันต้น ๆ จุดเด่นจริง ๆ คือรองรับ LDAC ที่ 990kbps ความละเอียด 96kHz/24bit ซึ่งหายากมากในราคานี้ เสียงโทนอุ่นฟังสบาย ไดรเวอร์ขนแกะ 10mm และแบตอึด 40 ชั่วโมงรวมเคส ส่วนข้อแลกเปลี่ยนคือ ไม่มี ANC และโคเดก Hi-Res จะใช้ได้เต็มก็ต่อเมื่อจับคู่กับมือถือ Android
เหมาะกับ: สาย Android งบประหยัด ที่อยากได้เสียง Hi-Res LDAC ในราคาถูกสุด · ไม่เหมาะกับ: คนที่ต้องการระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) หรือผู้ใช้ iPhone ที่หวังใช้ LDAC
คะแนนตามการใช้งาน
- 🎧 ฟังเพลงทั่วไป / Hi-Res — 8.5/10 รองรับ LDAC 990kbps ไดรเวอร์ขนแกะ 10mm เสียงดีเกินราคา
- 💰 ความคุ้มค่า — 9.5/10 เอียร์บัด LDAC ที่ถูกที่สุดในตลาด เสียงดีต่อราคาหาคู่แข่งยาก
- 🚶 ใส่ประจำวัน — 8/10 กระชับ กันน้ำ ใส่เดินทางทำงานได้ดี
- 💼 คุยโทรศัพท์ — 7.5/10 ไมค์ 4 ตัวเก็บเสียงพูดชัด ในที่เงียบดี ในที่เสียงดังพอใช้
- 🔋 แบตเตอรี่ — 8/10 ปิด LDAC ราว 9 ชั่วโมง รวมเคส 40 ชั่วโมง
เสียงและโคเดก LDAC — จุดขายหลัก
นี่คือจุดที่ทำให้ Air 2 โดดเด่น — ได้รับการรับรอง Hi-Res Audio Wireless และรองรับ LDAC ที่ความเร็วสูงสุด 990kbps ความละเอียด 96kHz/24bit ซึ่งรีวิวต่างประเทศยกให้เป็น หนึ่งในเอียร์บัดที่ถูกที่สุดที่มีโคเดก Hi-Res นี้ สำหรับสาย Android งบประหยัดนี่คือดีลที่หาที่ไหนไม่ได้ในราคาพันต้น ๆ
เสียงมาจาก ไดรเวอร์ขนแกะผสม (wool composite) ขนาด 10mm ที่ให้ย่านความถี่สูงกว้างขึ้นและรายละเอียดดีขึ้น โทนเสียงเป็นแบบ อุ่น ฟังสบาย เบสและย่านกลางต่ำถูกดันขึ้นเล็กน้อย ฟังเพลินไม่บาดหู และเมื่อเปิด LDAC เสียงจะมีเนื้อมากขึ้น แยกแยะเครื่องดนตรีได้ชัดขึ้น รีวิวต่างประเทศบอกตรงว่า หาเสียงดีกว่านี้ในราคานี้ได้ยาก
ข้อเท็จจริงที่ต้องพูดให้ตรง — LDAC ใช้ได้เฉพาะบน Android 8.0 ขึ้นไป ไม่รองรับ iOS ดังนั้นจุดขายข้อนี้จะเปล่งประกายสุดเมื่อจับคู่กับมือถือ Android ถ้าใช้ iPhone จะได้แค่ AAC
ไม่มี ANC — ต้องรู้ก่อนซื้อ
ข้อสำคัญที่ต้องพูดให้ตรง — EarFun Air 2 ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) และไม่มีโหมด transparency เป็นเอียร์บัดที่เน้นเรื่องเสียงและความคุ้มค่าล้วน ๆ ถ้าคุณต้องการตัดเสียงแอร์ เสียงรถ หรือเสียงรอบข้าง รุ่นนี้ไม่ใช่คำตอบ
ถ้าจำเป็นต้องมี ANC ให้พิจารณ EarFun Air 2 NC ที่เพิ่ม ANC เข้ามา หรือขยับไปดู EarFun Air Pro 4i ที่ ANC แรงในราคาไม่สูงนัก แต่ถ้าคุณฟังเพลงในที่ที่ไม่ได้มีเสียงรบกวนมาก หรือไม่ได้ซีเรียสเรื่องตัดเสียง Air 2 ก็คุ้มเกินราคามากในแง่คุณภาพเสียงต่อเงินที่จ่าย
แบตเตอรี่และฟีเจอร์
แบตอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับราคานี้ — ตัวหูฟังได้ราว 9 ชั่วโมงเมื่อปิด LDAC แต่ลดเหลือราว 5.5 ชั่วโมงเมื่อเปิด LDAC (เพราะโคเดก Hi-Res กินแบตหนักกว่า) รวมกับเคสได้สูงสุดราว 40 ชั่วโมง ใช้ได้หลายวันต่อการชาร์จเคสครั้งเดียว
ด้านฟีเจอร์อื่น ๆ Air 2 ใช้ Bluetooth 5.3 เชื่อมต่อนิ่ง ไม่หลุดบ่อย มี ไมค์ 4 ตัว ช่วยเก็บเสียงพูดให้ชัดและช่วยเรื่องตัดเสียงรบกวนคู่สาย คุยโทรศัพท์ในที่เงียบได้ดี ในที่เสียงดังพอใช้ มีกันน้ำกันเหงื่อระดับใช้งานทั่วไป และปรับ EQ ผ่านแอป EarFun ได้
สรุป: ควรซื้อไหม?
ถ้าคุณเป็นสาย Android งบประหยัดที่อยากได้เอียร์บัด เสียง Hi-Res รองรับ LDAC ในราคาถูกที่สุด — EarFun Air 2 คือตัวเลือกที่คุ้มเกินราคาในงบพันต้น ๆ เสียงดีต่อราคาหาคู่แข่งยาก แบตอึด ไมค์ใช้ได้ ข้อเสียที่ต้องรับได้คือ ไม่มี ANC และผู้ใช้ iPhone จะไม่ได้สัมผัสจุดขายเรื่อง LDAC ถ้าคุณไม่ซีเรียสเรื่องตัดเสียงและใช้ Android ก็เป็นเอียร์บัดที่คุ้มที่สุดตัวหนึ่งในราคานี้
ถ้าต้องการ ANC เพิ่มในงบใกล้กัน ลองขยับไปดู EarFun Air Pro 4i ที่ ANC แรง หรือถ้าอยากได้เสียง Hi-Res เต็มระบบรวม aptX Lossless และ ANC ครบ EarFun Air Pro 4 คือตัวท็อปที่ตอบโจทย์
