budpocketguide pocketguide
รีวิว Logitech G335
🎮 เบาสบาย ออนเอียร์เบาสบาย

รีวิว Logitech G335

ครอบหู · เกมมิ่ง · มีสาย

7.7
/ 10
✅ เบาสบาย✅ สายคล้องยืดหยุ่น✅ มีหลายสี ❌ เบสไม่หนัก
฿1,990
🛒 ดูราคาล่าสุดบน Shopee

ราคาอัปเดต 8 มิ.ย. 2569 · อาจเปลี่ยนตามโปรของร้าน

สารบัญบทความ

ถ้าคุณกำลังมองหา เกมมิ่งเฮดเซ็ตมีสาย ที่ใส่สบายทั้งวัน หน้าตาสดใสไม่ดุเกินไป และราคาไม่แพง Logitech G335 คือตัวเลือกที่ออกแบบมาตรงโจทย์นี้พอดี มันคือ รุ่นน้องแบบมีสายของ G733 ที่ยกเอาดีไซน์เด่น ๆ มาครบ — สายคาดหัวแบบ suspension ยืดหยุ่น น้ำหนักเบาเพียง ~240 กรัม สีสันให้เลือกหลายเฉด และไมค์ flip-to-mute ที่ใช้ง่าย แต่ตัดวงจรไร้สายกับราคาแพง ๆ ออก เหลือการเชื่อมต่อ 3.5mm ที่เสียบเล่นได้ทุกเครื่อง ในราคาเพียง ฿1,990 รีวิวนี้รวบรวมข้อมูลจาก Logitech ทางการ, RTINGS และ SoundGuys มาสรุปให้คนไทยอ่านจบในที่เดียว ว่ามันคุ้มจริงไหม และเหมาะกับใคร

สรุปใน 30 วินาที

G335 คือเฮดเซ็ตมีสาย “เบา สบาย สีสวย ราคาเป็นมิตร” ฟันธงเลยว่าถ้าคุณอยากได้หูฟังเกมมิ่งใส่นาน ๆ ไม่เมื่อยคอ มีลุคสนุก ๆ และเสียบใช้ได้กับทั้งคอม คอนโซล และมือถือผ่านช่อง 3.5mm ในงบไม่ถึงสองพัน นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวมาก จุดที่ต้องเข้าใจก่อนคือมันเน้น ความสบายและไลฟ์สไตล์ มากกว่าจะเป็นหูฟังเสียงเบสหนักกระแทกใจ และเพราะเป็นการต่อ อนาล็อกล้วน จึง ไม่มี Surround และไม่มี EQ ในแอป

เหมาะกับ: เกมเมอร์งบประหยัดที่อยากได้เฮดเซ็ตเบา ใส่สบายทั้งวัน คนชอบหูฟังสีสวยไม่ดุ ผู้ที่เล่นหลายเครื่อง (PC/PS5/Xbox/Switch/มือถือ) ผ่านช่อง 3.5mm และคนที่อยากได้ไมค์ flip-to-mute ใช้ง่ายไว้คุยทีม

ไม่เหมาะกับ: คนที่ต้องการเบสหนัก ๆ กระแทกใจ คนที่อยากได้ Surround เสมือนหรือ EQ ปรับแต่งในซอฟต์แวร์ สายไร้สายที่ไม่อยากมีสายมาเกะกะ และสตรีมเมอร์ที่ต้องการไมค์ระดับมืออาชีพ

คะแนนตามการใช้งาน

  • 🎮 เสียงในเกม — 7/10 ไดรเวอร์ 40mm ให้เสียงสะอาด ฟังฝีเท้าและทิศทางได้ใช้ได้ เน้นความชัดมากกว่าความมันส์ของเบส เพียงพอสำหรับเล่นเกมทั่วไป
  • 🎤 ไมโครโฟน — 7/10 ไมค์ flip-to-mute เน้นย่านเสียงพูดให้ฟังชัด คุยดิสคอร์ด/ประชุมได้สบาย กลไกพับปิดเสียงสะดวกมาก แต่ยังไม่ใช่ระดับสตรีมเมอร์
  • 😌 ความสบาย / น้ำหนักเบา — 9/10 เบาราว 240g สายคาดหัว suspension ยืดหยุ่น ฟองน้ำ memory foam ระบายอากาศดี ใส่ยาว ๆ แทบลืมว่าใส่อยู่ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้
  • 💰 ความคุ้มราคา — 9/10 ที่ ฿1,990 ได้ดีไซน์ตระกูล G733 เบาและสวยมาในงบประหยัด คุ้มมากถ้าซื้อมาเพื่อความสบายและการใช้งานง่าย

เสียงในเกมและดีไซน์เบาสบาย

หัวใจฝั่งเสียงของ G335 อยู่ที่ไดรเวอร์ ขนาด 40mm ที่ให้คาแรกเตอร์เสียงเน้น ความสะอาดและความชัดของเสียงพูด/เอฟเฟกต์ มากกว่าจะอัดเบสให้ดุดัน ในเกมทั่วไปและแนว FPS อย่าง Valorant หรือ CS อันนี้มีข้อดีในแง่ที่คุณจะได้ยิน เสียงฝีเท้า เสียงรีโหลด และทิศทางคร่าว ๆ ได้ใช้ได้ ไม่ถูกเบสกลบจนฟังตำแหน่งยาก เสียงโดยรวมฟังสบายหู ไม่บาดหู ใช้เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลงเบา ๆ ในชีวิตประจำวันได้ลงตัว

แต่ต้องพูดตามตรงในจุดที่หลายสำนักรีวิวตรงกัน — เบสไม่ใช่จุดแข็งของ G335 SoundGuys ระบุชัดว่าหูฟังตัวนี้ “เน้นย่านเบสและเสียงต่ำกลางน้อยกว่าที่ควร” และมีการพีคในย่านสูงราว 6-7kHz ที่ทำให้โทนเสียงสว่างขึ้นเล็กน้อย ผลคือเวลาเล่นฉากระเบิดใหญ่ ๆ หรือฟังเพลงแนวที่ต้องการเบสหนัก ๆ บางคนอาจรู้สึกว่ามัน “ขาดแรงปะทะ” ไปนิด ถ้าคุณเป็นสายที่ชอบเบสตุ้บ ๆ สะเทือนหู จุดนี้อาจไม่ถูกใจ และเพราะเป็นการต่อ 3.5mm อนาล็อกล้วน คุณจึง ไม่มี EQ ในแอปของ Logitech ให้ดันเบส ทางออกคือต้องไปพึ่ง EQ ของระบบหรือของเกม/แอปเพลงนั้น ๆ แทน

ฝั่งดีไซน์คือ เสน่ห์ที่ทำให้ G335 ต่างจากเฮดเซ็ตเกมมิ่งหน้าตาดุ ๆ ทั่วไป มันยกเอาภาษาการออกแบบของ G733 มาเต็ม ๆ จุดเด่นที่สุดคือ สายคาดหัวแบบ suspension ที่ยืดหยุ่น — เป็นแถบผ้ายืดที่ปรับตัวตามรูปหัวเองโดยอัตโนมัติ ทำให้กระจายน้ำหนักได้ดีและไม่ต้องมานั่งปรับความสูงทีละนิด อีกทั้งยัง มีหลายสีให้เลือก (เช่น ขาว, ดำ, มิ้นต์, ม่วง Lilac) ให้ลุคสดใส วัยรุ่น เข้ากับโต๊ะคอมหรือฉากไลฟ์ที่อยากให้ดูมีสีสัน ไม่ใช่หูฟังดำ ๆ ทึม ๆ แบบที่เห็นกันทั่วไป

ไมโครโฟนและความสบาย

ไมโครโฟนของ G335 เป็นแบบ flip-to-mute ซึ่งเป็นจุดที่ใช้งานจริงแล้วสะดวกมาก — เวลาอยากปิดเสียงไมค์ แค่ ดันก้านไมค์ขึ้นไปด้านบน เสียงก็จะปิดทันที (พร้อมล็อกเข้าตำแหน่งให้รู้สึกได้) พอจะคุยต่อก็ดันลงมา ไม่ต้องคลำหาปุ่ม mute ในจังหวะเร่งด่วน เหมาะกับการเล่นเกมเป็นทีมที่ต้องสลับเปิด-ปิดไมค์บ่อย ๆ ส่วนการปรับเสียงทำได้ผ่าน วงล้อปรับระดับเสียง (volume wheel) ที่อยู่บนตัวครอบหูข้างซ้าย หมุนปรับได้ในตัวโดยไม่ต้องไปแตะที่เครื่อง

ในแง่คุณภาพเสียงพูด ทั้ง RTINGS และ SoundGuys ให้ความเห็นไปทางเดียวกันว่า “ดีพอสำหรับเกมมิ่ง” ตัวไมค์เน้นย่านความถี่ของเสียงพูดให้ออกมา ชัดเจน เข้าใจง่าย คุยกับทีม คุยดิสคอร์ด หรือใช้ประชุม Zoom ได้สบาย ๆ เพื่อนปลายทางได้ยินชัด ไม่อู้อี้ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันไม่ใช่ไมค์ระดับสตูดิโอ — เสียงดิบ ๆ ยังบางในย่านต่ำเล็กน้อย ถ้าคุณ ทำคอนเทนต์หรือสตรีมจริงจัง ที่ซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงพูดสูงสุด ไมค์ตัวนี้ก็ยังไม่ใช่ระดับท็อปที่จะมาแทนไมค์แยกได้ แต่สำหรับใช้คุยเล่นเกมในชีวิตประจำวัน ถือว่า เกินพอ

ถ้าจะให้เลือกจุดที่ G335 ทำได้ดีที่สุด คำตอบคือ ความสบาย ด้วยน้ำหนักเพียง ราว 240 กรัม (SoundGuys ชั่งได้ราว 227g) มันคือหนึ่งในเฮดเซ็ตเกมมิ่งที่ เบาที่สุดในระดับราคานี้ บวกกับสายคาดหัว suspension ที่กระจายน้ำหนักเองอัตโนมัติ และฟองน้ำหูแบบ memory foam หุ้มผ้าตาข่ายระบายอากาศ ที่หนีบหัวไม่แน่นจนเกินไป ผลรวมคือคุณ ใส่เล่นยาว ๆ หลายชั่วโมงได้แบบแทบลืมว่าใส่อยู่ ไม่กดหัว ไม่เมื่อยคอ ซึ่งสำหรับคนที่นั่งเล่นเกมหรือทำงานติดหูฟังทั้งวัน นี่คือข้อได้เปรียบที่สัมผัสได้จริง ข้อแลกเปลี่ยนเดียวคือวัสดุพลาสติกอาจให้สัมผัสที่ดู เบาและธรรมดาไปนิด เมื่อจับ แต่ก็เป็นเรื่องปกติของหูฟังในเรนจ์ราคานี้

คุ้มไหม เทียบ G435 (ไร้สาย) / คู่แข่ง

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ G335 (มีสาย) เทียบกับ G435 (ไร้สาย) ของ Logitech เอง เลือกตัวไหนดี? คำตอบขึ้นกับว่าคุณให้ค่าอะไรเป็นอันดับแรก G335 จุดขายคือ สายคาดหัว suspension ที่ใส่สบายกว่า และดีไซน์สีสวยตระกูล G733 แลกกับการมีสาย 3.5mm ห้อยอยู่ ส่วน G435 จุดขายคือ ไร้สาย (ทั้ง LIGHTSPEED 2.4GHz และ Bluetooth) และเบายิ่งกว่า แต่ดีไซน์สายคาดหัวจะเป็นแบบแข็งธรรมดา ไม่ใช่ผ้ายืด ถ้าคุณ ไม่ซีเรียสเรื่องสาย และอยากได้ความสบายของแถบ suspension กับราคาที่ถูกกว่า — G335 คุ้มและตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอิสระไร้สายคือสิ่งที่ต้องมี ค่อยขยับไป G435

เทียบกับ คู่แข่งในงบใกล้กัน อย่าง HyperX Cloud Stinger 2 หรือ Razer Kraken X ต้องยอมรับว่าคู่แข่งหลายตัวให้ เบสที่หนักและมันส์กว่า สำหรับสายที่ชอบเสียงดุ ๆ แต่จุดที่ G335 ชนะขาดคือ ความสบายจากสายคาดหัว suspension และดีไซน์สีสันที่สวยกว่าชัดเจน — มันคือเฮดเซ็ตที่ “หน้าตาดี ใส่สบาย” ในแบบที่หายากในเรนจ์ราคานี้ ดังนั้นถ้าคุณให้ความสำคัญกับ ความสบายและลุค มากกว่าพลังเบสดิบ ๆ G335 คือตัวเลือกที่โดดเด่น

ที่ราคา ฿1,990 ต้องบอกว่า คุ้มถ้าคุณซื้อมันตรงจุดประสงค์ — คุณกำลังจ่ายเพื่อ “ความเบา ความสบายระดับ G733 ดีไซน์สีสวย ไมค์ flip-to-mute ใช้ง่าย และความยืดหยุ่นในการเสียบใช้ได้ทุกเครื่องผ่าน 3.5mm” ในงบไม่ถึงสองพันถือว่าได้ของคุ้มมาก แต่ถ้าสิ่งที่คุณต้องการอันดับแรกคือ เบสหนัก ๆ Surround เสมือน หรือ EQ ในแอป เงินก้อนนี้อาจเอาไปลงรุ่นอื่นที่ตรงสายกว่า

สรุป: ควรซื้อไหม?

Logitech G335 คือเฮดเซ็ตเกมมิ่งมีสายที่ชัดเจนในตัวตนของมันมาก — มันคือหูฟัง “เบา สบาย สวย ราคาเป็นมิตร” ที่หยิบเอาดีไซน์เด่นของรุ่นพี่อย่าง G733 มาทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นในงบไม่ถึงสองพัน ด้วยน้ำหนักราว 240 กรัมที่เบาเป็นพิเศษ สายคาดหัว suspension แบบผ้ายืดที่ใส่สบายโดยไม่ต้องปรับ ฟองน้ำ memory foam ระบายอากาศ ไมค์ flip-to-mute ที่ใช้ง่าย และสีสันสดใสหลายเฉดที่หาไม่ได้ในเฮดเซ็ตหน้าตาดุ ๆ ทั่วไป บวกกับการต่อ 3.5mm ที่เสียบเล่นได้กับแทบทุกเครื่อง ทั้งหมดนี้ในราคา ฿1,990 ถือเป็นแพ็กเกจที่ลงตัวมากสำหรับเกมเมอร์งบประหยัดที่ให้ความสำคัญกับความสบายและลุคเป็นอันดับต้น ๆ

แต่ก่อนกดสั่ง ให้ถามตัวเองให้ชัดว่าคุณคาดหวังอะไรเป็นอันดับแรก ถ้าคุณต้องการ เบสหนักกระแทกใจ จาก G335 อาจรู้สึกว่ามันเบสน้อยไป และเพราะต่อแบบอนาล็อกล้วนจึง ไม่มี EQ ในแอปให้ดันเบสหรือเปิด Surround เสมือน ถ้าคุณอยากได้อิสระ ไร้สาย หรือไมค์คุณภาพระดับสตรีมเมอร์ รุ่นนี้ก็ตอบไม่ได้ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าอยากได้เฮดเซ็ตมีสาย เบา สบาย สีสวย ใส่ได้ทั้งวัน ในราคาที่จับต้องได้ — ฟันธงว่า G335 คือตัวเลือกที่น่าซื้อมากในงบสองพัน และน่าจะทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาใส่

คำถามที่พบบ่อย

G335 ต่างจาก G733 ยังไง รุ่นไหนคุ้มกว่า?+

ต่างกันหลัก ๆ ที่การเชื่อมต่อครับ G335 เป็นรุ่นน้องแบบ "มีสาย 3.5mm" ในราคาถูกกว่ามาก ส่วน G733 เป็นรุ่นพี่ไร้สาย LIGHTSPEED 2.4GHz ที่แพงกว่า ทั้งคู่ใช้ดีไซน์ตระกูลเดียวกัน — เบา สีสวย สายคาดหัวแบบ suspension ยืดหยุ่น แต่ G335 เบากว่า (ราว 240g เทียบ 278g) เพราะตัดแบต ตัดวงจรไร้สายออก ถ้าคุณเล่นกับเครื่องที่มีช่อง 3.5mm อยู่แล้ว ไม่ซีเรียสเรื่องสาย และอยากประหยัด G335 คุ้มกว่าชัดเจน แต่ถ้าอยากได้อิสระไร้สายและฟีเจอร์ในแอป G HUB เต็ม ๆ ค่อยขยับไป G733

ต่อแบบ 3.5mm ใช้แอป G HUB ปรับ EQ หรือเปิด Surround ได้ไหม?+

ไม่ได้ครับ — นี่คือข้อจำกัดสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนซื้อ การเชื่อมต่อแบบอนาล็อก 3.5mm เป็นแบบ plug-and-play ล้วน ๆ ไม่มีการประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ ดังนั้นจึง "ไม่มี Surround เสมือน และไม่มี EQ ในแอป" เสียงที่ได้คือเสียงดิบจากไดรเวอร์ตรง ๆ ถ้าอยากปรับเสียง คุณต้องไปพึ่ง EQ ของระบบ/เกมเอง หรือ EQ ในแอปของแหล่งเสียงนั้น ๆ แทน ข้อดีคือเสียบเล่นได้ทุกเครื่องที่มีช่อง 3.5mm ทันที ไม่ต้องลงไดรเวอร์

ไมโครโฟน flip-to-mute ใช้คุยทีม/ดิสคอร์ดได้ดีไหม?+

ระดับ "พอใช้ดี" สำหรับเล่นเกมครับ ตัวไมค์เน้นย่านเสียงพูดให้ฟังชัด คุยกับเพื่อนในทีม ดิสคอร์ด หรือประชุม Zoom ได้สบาย เพื่อนได้ยินเข้าใจไม่มีปัญหา จุดเด่นที่ใช้งานจริงสะดวกคือกลไก "flip-to-mute" — แค่ดันก้านไมค์ขึ้นก็ปิดเสียงทันที ดันลงก็เปิด ไม่ต้องคลำหาปุ่ม แต่ถ้าคุณทำสตรีม/พอดแคสต์จริงจังที่เน้นคุณภาพเสียงพูดสูงสุด ไมค์ตัวนี้ยังไม่ใช่ระดับมืออาชีพที่จะแทนไมค์แยกได้

สนใจ Logitech G335?

เช็คราคาล่าสุดและโปรโมชั่นได้ที่ Shopee

🛒 ดูราคาบน Shopee

เรียบเรียงและอ้างอิงจาก: Logitech G (เว็บทางการ) · RTINGS · SoundGuys

📌 เว็บนี้มีลิงก์ affiliate ของ Shopee เมื่อซื้อผ่านลิงก์เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม · คะแนนและความเห็นเป็นการประเมินของกองบรรณาธิการจากการรวบรวมข้อมูลหลายแหล่ง