budpocketguide pocketguide
รีวิว Logitech G733 LIGHTSPEED
🎮 ไร้สายขายดี ขายได้ 2พัน+

รีวิว Logitech G733 LIGHTSPEED

ครอบหู · เกมมิ่ง · ไร้สาย

8
/ 10
✅ ไร้สาย LIGHTSPEED หน่วงต่ำ✅ เบาสบาย สีสวย✅ ไฟ RGB LIGHTSYNC ❌ เบสไม่หนัก❌ ไมค์กลางๆ
฿3,290
🛒 ดูราคาล่าสุดบน Shopee

ราคาอัปเดต 8 มิ.ย. 2569 · อาจเปลี่ยนตามโปรของร้าน

สารบัญบทความ

ถ้าคุณกำลังมองหา เกมมิ่งเฮดเซ็ตไร้สาย ที่ทั้งเบา ทั้งสีสวย และเล่นได้ยาว ๆ ไม่ต้องคอยชาร์จ Logitech G733 LIGHTSPEED คือหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มนี้ จุดขายของมันชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น — ดีไซน์สีสันสดใส (ขาว ม่วง ฟ้า ชมพู) ไฟ RGB LIGHTSYNC ที่ด้านหน้าทั้งสองข้าง น้ำหนักเบาเพียง 278 กรัม และการเชื่อมต่อไร้สาย LIGHTSPEED 2.4GHz หน่วงต่ำ ที่ออกแบบมาเพื่อเกมโดยเฉพาะ ในราคา ฿3,290 รีวิวนี้เรารวบรวมข้อมูลจาก Logitech ทางการ, RTINGS และ SoundGuys มาสรุปให้คนไทยอ่านจบในที่เดียว ว่ามันดีจริงตามหน้าตาไหม และเหมาะกับใคร

สรุปใน 30 วินาที

G733 คือเฮดเซ็ตสาย “เบา สบาย สีสวย เล่นยาว” ฟันธงเลยว่าถ้าคุณอยากได้หูฟังเกมมิ่งไร้สายที่ใส่สบายทั้งวันโดยไม่เมื่อยคอ ดีเลย์ต่ำพอสำหรับเกมแข่ง และอยากได้ลุคสนุก ๆ มีไฟ RGB ในงบสามพันกว่า นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวมาก จุดที่ต้องเข้าใจก่อนคือมันเน้น ความสบายและไลฟ์สไตล์ มากกว่าจะเป็นหูฟังเสียงเบสหนักกระแทกใจ และ ใช้กับ Xbox ไม่ได้

เหมาะกับ: เกมเมอร์ PC/PS5 ที่อยากได้ไร้สายหน่วงต่ำ คนชอบเฮดเซ็ตเบาใส่นาน ๆ ไม่เมื่อย สายสตรีม/ไลฟ์สไตล์ที่อยากได้สีสวยมีไฟ RGB และคนที่ต้องการแบตอึดเล่นได้หลายวันต่อการชาร์จ

ไม่เหมาะกับ: คนที่ต้องการเบสหนัก ๆ กระแทกใจ ผู้เล่น Xbox สายที่ต้องการไมค์ระดับสตรีมเมอร์มืออาชีพ และคนที่อยากได้ทั้ง Bluetooth และช่องเสียบสาย 3.5mm ในตัวเดียว

คะแนนตามการใช้งาน

  • 🎮 เสียงในเกม / ระบุตำแหน่ง — 8/10 ไดรเวอร์ PRO-G 40mm ให้เสียงสะอาด ฟังฝีเท้าและทิศทางได้ชัด รองรับ Surround เสริมการระบุตำแหน่ง แต่เบสไม่หนักเท่าหูฟังสายดุดัน
  • 🎤 ไมโครโฟน / คุยทีม — 7/10 ไมค์ดิบ ๆ กลาง ๆ แต่เปิด Blue VO!CE ในแอปแล้วดีขึ้นชัด เพื่อนในทีมได้ยินชัด เพียงพอสำหรับเล่นเกมและประชุม
  • 😌 ความสบาย / น้ำหนักเบา — 9/10 เบาแค่ 278g สายคาดหัวแบบ suspension ฟองน้ำตาข่ายระบายอากาศดี ใส่ยาว ๆ แทบลืมว่าใส่อยู่ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้
  • 🔋 แบต / ไร้สาย — 9/10 แบตอึดราว 29 ชม. (ปิดไฟ) ทดสอบจริงได้เกือบ 28 ชม. ครึ่ง LIGHTSPEED หน่วงต่ำ ต่อนิ่ง ระยะราว 20 เมตร

เสียงในเกมและไร้สาย LIGHTSPEED

หัวใจของ G733 ฝั่งเสียงอยู่ที่ไดรเวอร์ PRO-G ขนาด 40mm ซึ่งเป็นไดรเวอร์ตระกูลเดียวกับที่ Logitech ใช้ในซีรีส์เกมมิ่งระดับสูง คาแรกเตอร์เสียงของมันเน้น ความสะอาดและการแยกรายละเอียด มากกว่าจะอัดเบสให้ดุดัน ในเกมแนว FPS อย่าง Valorant หรือ CS อันนี้เป็นข้อดี เพราะคุณจะได้ยิน เสียงฝีเท้า เสียงรีโหลด และทิศทางของเสียงปืน ได้ค่อนข้างชัด ไม่ถูกเบสกลบจนฟังตำแหน่งยาก ยิ่งเปิดโหมด Surround (รองรับระบบเสียงรอบทิศ) เสริมเข้าไป การกะระยะและทิศทางก็ทำได้ดีขึ้นอีก

แต่ต้องพูดตามตรงในจุดที่หลายสำนักรีวิวตรงกัน — เบสของ G733 ไม่ใช่จุดแข็ง SoundGuys ระบุว่าการตอบสนองย่านเบส “เน้นน้อยกว่าที่อยากเห็นเล็กน้อย” คือเบสมาแบบ เที่ยงตรงและพอดี มากกว่าจะหนักกระแทก เวลาเล่นฉากระเบิดใหญ่ ๆ หรือซีนแอ็กชันดุ ๆ บางคนอาจรู้สึกว่ามัน “ขาดแรงปะทะ” ไปนิด ถ้าคุณเป็นสายที่ชอบเบสตุ้บ ๆ สะเทือนหู จุดนี้อาจไม่ถูกใจ แต่ข่าวดีคือบน PC คุณ ปรับ EQ ในแอป G HUB ดันเบสขึ้นได้ตามชอบ ช่วยชดเชยได้พอสมควร

ฝั่งการเชื่อมต่อคือ จุดที่ G733 ทำได้ดีมาก ระบบ LIGHTSPEED 2.4GHz ผ่านดองเกิล USB ให้ความรู้สึกไร้สายที่ หน่วงต่ำจนหูแทบจับไม่ได้ เสียงในเกมมาถึงพร้อมภาพบนจอ ไม่มีอาการดีเลย์แบบที่เจอใน Bluetooth ทั่วไป ทำให้มันใช้กับเกมแข่งจังหวะเร็วได้สบายใจ ระยะใช้งานอยู่ที่ราว 20 เมตร ในที่โล่ง เดินออกจากโต๊ะไปหยิบของในห้องข้าง ๆ ได้โดยเสียงไม่ขาด ใช้ได้กับ PC, Mac และ PS5/PS4 แต่ข้อจำกัดที่ต้องย้ำคือ ไม่รองรับ Xbox และ ไม่มี Bluetooth กับช่องเสียบสาย 3.5mm ดังนั้นถ้าแบตหมดกลางคันก็ต้องรอชาร์จ เสียบเล่นแบบมีสายไปด้วยไม่ได้

ไมโครโฟน Blue VO!CE และดีไซน์ RGB

ไมโครโฟนของ G733 เป็นแบบ ถอดได้ ก้านเล็กกะทัดรัด เวลาไม่ใช้ก็ดึงออกให้หน้าตาดูคลีนขึ้นได้ ในแง่คุณภาพเสียงพูด ต้องบอกตามตรงว่า ตัวไมค์ดิบ ๆ ถือว่ากลาง ๆ SoundGuys ชี้ว่าเสียงดิบมีการตกของย่านเบสและย่านกลางพอสมควรในช่วงความถี่ต่ำ ทำให้เสียงออกบางไปนิดถ้าไม่ปรับแต่งอะไรเลย

แต่จุดที่พลิกเกมคือฟีเจอร์ Blue VO!CE ในแอป G HUB (เฉพาะ PC) ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือปรับแต่งเสียงไมค์ที่ ละเอียดเกินราคา มีทั้งลดเสียงรบกวน (noise reduction), คอมเพรสเซอร์, ปรับ EQ และพรีเซ็ตเสียงสำเร็จรูปให้เลือก พอเปิดใช้งานแล้วเสียงพูด ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนาขึ้น ชัดขึ้น และตัดเสียงพื้นหลังได้ดีขึ้น สำหรับเล่นเกมคุยกับทีม คุยดิสคอร์ด หรือประชุมงานทั่วไป เพียงพอสบาย ๆ แต่ถ้าคุณเป็นสตรีมเมอร์หรือทำคอนเทนต์จริงจังที่ซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงพูดสูงสุด ไมค์ตัวนี้ก็ยังไม่ใช่ระดับท็อปที่จะมาแทนไมค์แยกได้

ด้านดีไซน์คือ เสน่ห์ที่ทำให้ G733 ต่างจากเฮดเซ็ตเกมมิ่งหน้าตาดุ ๆ ทั่วไป มันมาในสีสันสดใสหลายเฉด (ขาว, ม่วง Lilac, ฟ้า, ดำ) พร้อม ไฟ RGB LIGHTSYNC เป็นแถบไฟด้านหน้าทั้งสองข้างที่ปรับสีและเอฟเฟกต์ได้ผ่าน G HUB ให้ลุคสนุก สดใส วัยรุ่น เหมาะกับสายที่อยากให้โต๊ะคอมหรือฉากไลฟ์ดูมีสีสัน อีกจุดที่เก๋คือ สายคาดหัวแบบ suspension ถอดเปลี่ยนได้ Logitech มีขายแยกหลายลายให้เปลี่ยนสไตล์ได้ตามใจ ทำให้มันเป็นเฮดเซ็ตที่ “แต่งตัวได้” มากกว่ารุ่นทั่วไป

ความสบาย แบตเตอรี่ และคุ้มไหม

ถ้าจะให้เลือกจุดที่ G733 ทำได้ดีที่สุด คำตอบคือ ความสบาย ด้วยน้ำหนักเพียง 278 กรัม มันคือหนึ่งในเฮดเซ็ตเกมมิ่งไร้สายที่ เบาที่สุดในตลาด บวกกับสายคาดหัวแบบ suspension ที่กระจายน้ำหนักเองอัตโนมัติโดยไม่ต้องปรับ และฟองน้ำหูแบบ ตาข่ายระบายอากาศ ที่ SoundGuys ชมว่าระบายความร้อนได้ดี ไม่อับชื้นง่ายเมื่อใส่นาน ผลรวมคือคุณ ใส่เล่นยาว ๆ หลายชั่วโมงได้แบบแทบลืมว่าใส่อยู่ ไม่กดหัว ไม่เมื่อยคอ ซึ่งสำหรับคนที่นั่งเล่นเกมหรือทำงานติดหูฟังทั้งวัน นี่คือข้อได้เปรียบที่สัมผัสได้จริง

ข้อแลกเปลี่ยนของการระบายอากาศดีคือ การกันเสียงรบกวนทำได้ไม่ดีนัก (isolation ค่อนข้างต่ำตามที่ SoundGuys ระบุ) เสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาได้ง่าย ถ้าอยู่ในที่มีเสียงดังหรืออยากตัดขาดจากโลกภายนอก หูฟังตัวนี้อาจไม่ตอบโจทย์ แต่สำหรับเล่นเกมในห้องเงียบ ๆ ที่บ้าน ถือว่าไม่เป็นปัญหา

ด้านแบตเตอรี่ก็เป็นอีกจุดแข็ง Logitech เคลม ราว 29 ชั่วโมง เมื่อปิดไฟ RGB และจากการทดสอบจริงของ SoundGuys ได้ใกล้เคียงมากที่ เกือบ 28 ชั่วโมงครึ่ง ที่ระดับเสียง 75dB ถือว่า อึดมากในกลุ่มเฮดเซ็ตไร้สาย เล่นได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ถ้าเปิดไฟ RGB แบตจะลดลงพอสมควร) ชาร์จผ่าน USB-C สะดวก

คำถามสุดท้ายคือ คุ้มไหมที่ ฿3,290? ตอบได้ว่า คุ้มถ้าคุณซื้อมันตรงจุดประสงค์ — คุณกำลังจ่ายเพื่อ “ความเบา ความสบาย ดีไซน์สีสวยมีไฟ RGB ไร้สายหน่วงต่ำ และแบตอึด” ซึ่งทั้งหมดนี้ G733 ทำได้ครบ ในระดับราคานี้ถือว่าแพ็กเกจลงตัวดี แต่ถ้าสิ่งที่คุณต้องการอันดับแรกคือ เบสหนัก ๆ หรือ ไมค์ระดับสตรีมเมอร์ เงินก้อนนี้อาจเอาไปลงรุ่นอื่นที่ตรงสายกว่า

สรุป: ควรซื้อไหม?

Logitech G733 LIGHTSPEED คือเฮดเซ็ตเกมมิ่งไร้สายที่ชัดเจนในตัวตนของมันมาก — มันคือหูฟังสาย “เบา สบาย สวย เล่นยาว” ที่ออกแบบมาให้คนใส่ติดหัวทั้งวันได้โดยไม่ทรมาน ด้วยน้ำหนัก 278 กรัมที่เบาเป็นพิเศษ สายคาดหัว suspension ที่ใส่สบาย ไฟ RGB LIGHTSYNC กับสีสันสดใสที่หาไม่ได้ในเฮดเซ็ตหน้าตาดุ ๆ ทั่วไป บวกกับไร้สาย LIGHTSPEED 2.4GHz ที่หน่วงต่ำจนใช้เล่นเกมแข่งได้สบาย และแบตที่อึดถึงเกือบ 29 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้ในราคา ฿3,290 ถือว่าเป็นแพ็กเกจที่ลงตัวสำหรับเกมเมอร์สาย PC/PS5 ที่ให้ความสำคัญกับความสบายและลุคเป็นอันดับต้น ๆ

แต่ก่อนกดสั่ง ให้ถามตัวเองให้ชัดว่าคุณคาดหวังอะไรเป็นอันดับแรก ถ้าคุณต้องการ เบสหนักกระแทกใจ จาก G733 อาจรู้สึกว่ามันเบสน้อยไป (แม้จะปรับ EQ ช่วยได้บน PC) ถ้าคุณเล่น Xbox หรืออยากได้ทั้ง Bluetooth และช่องเสียบสายในตัวเดียว รุ่นนี้ตอบไม่ได้ และถ้าไมค์คุณภาพสูงระดับมืออาชีพคือสิ่งจำเป็น ไมค์ของมันก็แค่ “พอใช้ถึงดี” เท่านั้น แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าอยากได้เฮดเซ็ตไร้สาย เบา สบาย สีสวย มีไฟ และเล่นได้ยาว ๆ — ฟันธงว่า G733 คือตัวเลือกที่น่าซื้อมากในงบสามพันกว่า และน่าจะทำให้คุณยิ้มได้ทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาใส่

คำถามที่พบบ่อย

LIGHTSPEED 2.4GHz ต่างจาก Bluetooth ยังไง ดีเลย์น้อยจริงไหม?+

ต่างกันชัดเจนครับ LIGHTSPEED เป็นการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz ผ่านดองเกิล USB ที่ออกแบบมาเพื่อเกมโดยเฉพาะ จุดเด่นคือ "หน่วงต่ำมาก" ระดับที่หูแทบจับไม่ได้ว่ามีดีเลย์ ทำให้เสียงปืน เสียงฝีเท้า มาถึงหูพร้อมภาพบนจอ ต่างจาก Bluetooth ทั่วไปที่มักมีดีเลย์พอให้รู้สึกได้ในเกมแข่งจังหวะ ระยะใช้งานอยู่ราว 20 เมตรในที่โล่ง เดินไปหยิบน้ำในห้องข้าง ๆ ได้สบาย ข้อจำกัดคือ G733 ใช้ได้เฉพาะ 2.4GHz เท่านั้น ไม่มี Bluetooth และไม่มีสายให้เสียบ

ใช้กับ PS5, Switch, มือถือ ได้ไหม หรือเฉพาะ PC?+

ใช้ได้กับ PC, Mac และ PS5/PS4 ผ่านดองเกิล USB ได้เลยครับ ส่วน Nintendo Switch ในโหมด Dock ที่มีพอร์ต USB-A ก็มักใช้ได้ แต่ "ใช้กับ Xbox ไม่ได้" และไม่มีพอร์ต 3.5mm สำหรับเสียบมือถือ จุดที่ต้องรู้คือฟีเจอร์เด่นอย่าง Blue VO!CE ปรับเสียงไมค์, ปรับ EQ และตั้งค่าไฟ RGB ทำได้ผ่านแอป G HUB บน PC เท่านั้น ถ้าเล่นบนคอนโซลล้วน ๆ จะปรับแต่งเชิงลึกไม่ได้

ไมโครโฟนของ G733 คุยดิสคอร์ด/ประชุมได้ดีไหม?+

ระดับ "พอใช้ถึงดี" ครับ ตัวไมค์ดิบ ๆ ไม่ได้โดดเด่น เสียงค่อนข้างบางในย่านต่ำ แต่จุดที่ช่วยพลิกเกมคือฟีเจอร์ Blue VO!CE ในแอป G HUB ที่ให้ปรับแต่งเสียงไมค์ได้ละเอียดมาก ทั้งลดเสียงรบกวน เพิ่มความหนา และจูน EQ พอเปิดใช้แล้วเสียงพูดดีขึ้นรู้สึกได้ เพื่อนในทีมได้ยินชัดเจนพอสำหรับเล่นเกมและประชุมทั่วไป แต่ถ้าคุณทำคอนเทนต์/สตรีมจริงจังที่เน้นคุณภาพเสียงพูดสูงสุด ไมค์ตัวนี้อาจยังไม่ใช่ระดับท็อป

สนใจ Logitech G733 LIGHTSPEED?

เช็คราคาล่าสุดและโปรโมชั่นได้ที่ Shopee

🛒 ดูราคาบน Shopee

เรียบเรียงและอ้างอิงจาก: Logitech G (เว็บทางการ) · RTINGS · SoundGuys

📌 เว็บนี้มีลิงก์ affiliate ของ Shopee เมื่อซื้อผ่านลิงก์เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม · คะแนนและความเห็นเป็นการประเมินของกองบรรณาธิการจากการรวบรวมข้อมูลหลายแหล่ง