ถ้าคุณงบไม่ถึงสองพันแต่อยากได้เอียร์บัดที่ตัดเสียงรบกวนได้จริงและรองรับเสียงความละเอียดสูง Redmi Buds 5 Pro คือชื่อที่หลีกไม่พ้น Xiaomi อัดสเปกที่เมื่อก่อนเคยอยู่แค่ในหูฟังหลักสามสี่พันลงมาในราคา ฿1,890 ทั้ง ANC ลึกถึง 52dB และโคเดก LDAC เราลองใช้จริงและกลั่นข้อมูลจากรีวิวสากลมาแล้ว มาดูกันว่ามันคุ้มจริงหรือแค่สเปกสวยบนกล่อง
สรุปใน 30 วินาที
Redmi Buds 5 Pro เป็นเอียร์บัด True Wireless ที่ให้ของเยอะที่สุดในงบสองพัน จุดเด่นคือ ANC แน่นและแบตอึด ส่วนจุดอ่อนหลักอยู่ที่ซอฟต์แวร์มากกว่าตัวฮาร์ดแวร์
- เหมาะกับ: คนที่อยากได้ ANC ดี ๆ ในงบจำกัด, ผู้ใช้ Android ที่อยากลองฟัง LDAC, คนเดินทางบ่อยที่ต้องการแบตอึดและชาร์จเร็ว
- ไม่เหมาะกับ: คนใช้ iPhone เป็นหลัก (ได้แค่ AAC ไม่ได้ LDAC), คนที่ต้องการแอปจูนเสียงละเอียดและเสถียร, สายเบสนุ่มฟังสบายหูยาว ๆ เพราะเสียงค่อนข้างเน้นทุ้มหนา
คะแนนตามการใช้งาน
- ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC): 8.5/10 — ตัดเสียงความถี่ต่ำได้เก่งเกินราคา จุดที่หักคือเสียงแหลมยังเล็ดลอด
- คุณภาพเสียง: 7.5/10 — ไดรเวอร์คู่ให้รายละเอียดดี รองรับ LDAC แต่จูนมาเบสหนาจนกลบมิดเรนจ์
- แบตเตอรี่: 8.5/10 — อึดและชาร์จเร็ว ครอบคลุมการใช้งานทั้งวันสบาย ๆ
- แอปและฟีเจอร์: 6.5/10 — ฟีเจอร์ครบบนกระดาษ แต่แอปเชื่อมต่อหลุดบ่อยและจุกจิก
ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC)
นี่คือเหตุผลหลักที่คนซื้อตัวนี้ Xiaomi เคลมความลึก ANC สูงสุด 52dB กับความกว้างถึง 4kHz ซึ่งในการใช้งานจริงมัน กดเสียงความถี่ต่ำได้ดีมาก ไม่ว่าจะเสียงแอร์ในออฟฟิศ เสียงเครื่องยนต์ตอนนั่งรถเมล์ หรือเสียงพัดลม หายไปเกือบหมด ถ้าเทียบในกลุ่มราคาต่ำกว่าสองพัน ตัวนี้จัดว่าอยู่หัวแถว
แต่อย่าคาดหวังระดับ AirPods Pro เสียงแหลม อย่างเสียงคนคุยกันในร้านกาแฟหรือเสียงคีย์บอร์ดยังเล็ดลอดเข้ามาได้ ส่วนโหมด Transparency มีให้เลือกถึงสามระดับ ฟังเสียงรอบข้างได้ชัดพอใช้ แม้จะยังออกแนวอิเล็กทรอนิกส์อยู่บ้าง ไม่เป็นธรรมชาติเท่าหูฟังตัวท็อป
เสียงและ LDAC
ตัวหูใช้ดีไซน์ ไดรเวอร์คู่แบบโคแอกเชียล คือวูฟเฟอร์ไดอะแฟรมไทเทเนียม 11mm จับคู่กับทวีตเตอร์เซรามิก 10mm บนกระดาษหวังผลให้เบสแน่นและแหลมใส และได้การรับรอง Hi-Res Audio Wireless พร้อมรองรับโคเดก LDAC ซึ่งหาได้ยากในราคานี้
เสียงที่ได้ออกมาเน้น เบสหนาและดุ เอาใจคนชอบฟังเพลงป็อปและฮิปฮอป ฟังสนุกทันที แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ มิดเรนจ์ถูกเบสกลบ เสียงร้องเลยไม่เด่นเท่าที่ควร และปลายเสียงแหลมม้วนลงนิดหน่อยทำให้รู้สึกอื้อ ๆ ในบางเพลง ข่าวดีคือมี EQ ปรับเองได้ ในแอป ช่วยดึงมิดเรนจ์กลับมาได้บ้าง แต่ตัวปรับยังค่อนข้างจำกัด ส่วน LDAC จะได้ใช้เฉพาะบน Android เท่านั้น คน iPhone อดได้แค่ AAC
แบตเตอรี่
จุดนี้ทำได้ดีจริง ปิด ANC ใช้ได้ราว 8-10 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (GSMArena ทดสอบได้ 8 ชั่วโมง 15 นาที) เปิด ANC จะเหลือราว 6 ชั่วโมงกว่า ๆ ซึ่งครอบคลุมการเดินทางไป-กลับและใช้ทั้งวันสบาย รวมเคสชาร์จได้ทั้งหมดราว 38 ชั่วโมง และที่เด็ดคือ ชาร์จเร็ว 5 นาที ฟังต่อได้ราว 2 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ลืมชาร์จบ่อย ๆ
ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
จุดอ่อนหลักไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ แอป Xiaomi Earbuds ที่จุกจิก หลายครั้งหูฟังต่อกับมือถือและเล่นเพลงอยู่แล้ว แต่แอปกลับมองไม่เห็นว่าต่ออยู่ ต้องเชื่อมต่อใหม่เอง และการตั้งค่า ANC กับ Transparency ทำได้แค่ในแอปเท่านั้น ฟีเจอร์ค้นหาหูฟังก็ใช้ได้จำกัด ถ้าหูทั้งคู่อยู่ในเคสจะหาไม่เจอเลย ถือเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่ควรปรับปรุง
สรุป: ควรซื้อไหม?
ซื้อเลยถ้าคุณใช้ Android และเน้น ANC คุ้มราคา ในงบ ฿1,890 หาเอียร์บัดที่ตัด ANC ได้แน่นขนาดนี้พร้อม LDAC และแบตอึดได้ยากมาก คะแนนรวม 8.2/10 ของเราสะท้อนว่ามันคุ้มค่าตัวจริง แม้แอปจะกวนใจอยู่บ้าง
ถ้าอยากได้เสียงสมดุลและแอปที่นิ่งกว่า Soundcore Space A40 เป็นตัวเลือกที่จูนเสียงกลาง ๆ ฟังสบายหูยาว ๆ และแอปเสถียรกว่า แต่ ANC สู้ตัวนี้ไม่ได้ ส่วนใครงบน้อยลงมาอีกและไม่ซีเรียส ANC ระดับท็อป Redmi Buds 6 ก็เป็นรุ่นใหม่กว่าที่บาลานซ์ราคากับฟีเจอร์ได้ดี แต่ถ้าเป้าหมายคือ ANC ลึกที่สุดในงบสองพัน Redmi Buds 5 Pro ยังคงเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด
