ถ้าตั้งงบไว้แค่หลักร้อยปลาย ๆ แต่อยากได้หูฟังไร้สายของแบรนด์ที่เชื่อใจได้ Sony WH-CH510 คือชื่อที่โผล่มาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ มันคือหูฟัง ออนเอียร์ไร้สายที่ถูกที่สุดในตระกูล Sony จุดขายชัดมากคือ ราคา ฿870 แต่ให้แบตที่อยู่ได้เกือบทั้งสัปดาห์ เบาจนแทบลืมว่าใส่อยู่ และเสียงที่ฟังเพลงทั่วไปได้สบายหู เราให้คะแนนรวม 7.3/10 แต่ก่อนกดสั่งมีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องรู้ เดี๋ยวเล่าให้ครบ
สรุปใน 30 วินาที
WH-CH510 คือหูฟังไร้สาย “ราคาประหยัดที่สุดของ Sony” ที่เน้นความเรียบง่าย จุดเด่นคือ แบตอึดระดับ 35 ชั่วโมง (ทดสอบจริงทะลุ 46 ชม.), น้ำหนักเบาแค่ 132 กรัม และชาร์จผ่าน USB-C แล้ว เสียงเน้นความสนุกฟังเพลงป๊อปได้เพลิน แต่จุดที่ต้องยอมรับคือ ไม่มี ANC, ทรงออนเอียร์กันเสียงภายนอกได้น้อย และ ใช้กับแอป Sony ไม่ได้ จึงปรับ EQ ในตัวไม่ได้
เหมาะกับ: คนงบจำกัดที่อยากได้หูฟังไร้สายแบรนด์ดัง เบา พกง่าย แบตอึด ใส่ฟังเพลง ดูคลิป หรือประชุมออนไลน์ในห้องเงียบ ๆ เป็นหลัก · ไม่เหมาะกับ: คนที่ต้องการตัดเสียงรบกวนบนรถไฟฟ้า/เครื่องบิน คนที่อยากปรับ EQ ในแอป หรือเน้นคุณภาพไมค์สำหรับคอลงานในที่เสียงดัง
คะแนนตามการใช้งาน
- 🎵 ฟังเพลง — 7/10 โทนอุ่นเน้นเบสนิด ๆ ฟังเพลงป๊อปไทยสนุก แต่เสียงแหลมยังออกกระโดดและเวทีเสียงแคบ
- 🔋 แบตเตอรี่ — 9/10 เคลม 35 ชม. แต่ทดสอบจริงได้ 46 ชม. บวก Quick Charge ชาร์จไว นี่คือจุดที่ชนะขาดในระดับราคา
- 😌 ความสบาย — 7/10 เบามากแค่ 132 กรัม แต่เป็นทรงออนเอียร์ที่กดทับใบหู ใส่นานเริ่มเมื่อย
- 💰 ความคุ้มราคา — 8/10 ที่ราคา ฿870 หาหูฟังไร้สายแบรนด์ใหญ่แบตอึดขนาดนี้ได้ยากมาก
เสียงและแบตเตอรี่ 35 ชม.
เสียงของ WH-CH510 ออกแนว อุ่นและเน้นความสนุก ขับด้วย ไดรเวอร์ขนาด 30 มม. เบสมากำลังดีไม่ขุ่นจนกลบเสียงร้อง ฟังเพลงป๊อป ฮิปฮอป และเพลงไทยทั่วไปได้เพลินมาก เสียงกลางอยู่ในเกณฑ์รับได้ ส่วนที่ SoundGuys ติคือ เสียงแหลมยังออกกระโดดไม่นิ่ง บางช่วงพุ่งบางช่วงหาย และเวทีเสียงค่อนข้างแคบเหมือนเสียงอยู่ในหัวมากกว่ากระจายรอบตัว ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของหูฟังออนเอียร์ราคาประหยัด รองรับโค้ดเดก SBC และ AAC ไม่มี LDAC ตามคาดในรุ่นเริ่มต้น
จุดที่ต้องบอกตรง ๆ คือ WH-CH510 ปรับ EQ ในตัวไม่ได้ เพราะ ไม่รองรับแอป Sony | Headphones Connect เสียงที่ได้จึงเป็นเสียงจูนมาจากโรงงานล้วน ๆ ถ้าอยากดันเบสหรือลดแหลม ต้องไปปรับ EQ ในแอปเล่นเพลง (เช่น Spotify หรือ YouTube Music) เอาเอง ไม่มี DSEE สำหรับอัปสเกลไฟล์บีบอัดเหมือนรุ่นพี่ด้วย
แต่พระเอกตัวจริงของรุ่นนี้คือ แบตเตอรี่ Sony เคลมไว้ราว 35 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งก็อึดมากอยู่แล้ว และเมื่อ SoundGuys เอาไปทดสอบด้วยการเล่นเพลงจริงต่อเนื่องที่ระดับ 75dB กลับได้ผลทะลุไปถึง 46 ชั่วโมง 35 นาที แปลว่าใช้งานจริงชาร์จทีหนึ่งฟังได้เกือบทั้งสัปดาห์สบาย ๆ และถ้าลืมชาร์จ ก็มี Quick Charge ชาร์จ 10 นาที ฟังต่อได้อีกราว 90 นาที ชาร์จเต็มใช้เวลาราว 4.5 ชั่วโมง และที่ดีคือใช้พอร์ต USB-C แล้ว สายเส้นเดียวกับมือถือรุ่นใหม่ ๆ ไม่ต้องพกสายแยก
ความสบาย ไมโครโฟน และข้อจำกัด (ไม่มี ANC)
สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ความเบา ตัวเครื่องหนักแค่ราว 132 กรัม เบากว่าหูฟังครอบหูส่วนใหญ่ชัดเจน สวมแล้วแทบลืมว่าใส่อยู่ และพับเก็บเข้ากระเป๋าได้ง่าย เหมาะกับคนพกไปไหนมาไหนตลอดวัน แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นทรง ออนเอียร์ คือแปะทับบนใบหูมากกว่าครอบรอบ หลังใส่ไปสักพักจะเริ่มรู้สึกแรงกดที่ติ่งหู ใส่ยาว ๆ เป็นชั่วโมงอาจเริ่มเมื่อย คนหูใหญ่หรือใส่แว่นจะรู้สึกชัดกว่า SoundGuys ยังตั้งข้อสังเกตว่าวัสดุพลาสติกของตัวเครื่อง มีเสียงลั่นเอี๊ยดเวลาบิดงอ ซึ่งก็พอเข้าใจได้ในระดับราคานี้
เรื่องที่ต้องเน้นย้ำคือ WH-CH510 ไม่มี ANC ตัดเสียงรบกวนเลย และเพราะเป็นทรงออนเอียร์ที่ไม่ได้ครอบปิดหูสนิท การกันเสียงจากภายนอกแบบ Passive จึง น้อยกว่าหูฟังครอบหูทั่วไป เสียงรถ เสียงคนคุย หรือเสียงแอร์ในออฟฟิศจะลอดเข้ามาได้พอสมควร ใช้ในห้องเงียบ ๆ หรือเดินเล่นทั่วไปไหว แต่ถ้าหวังให้เงียบสนิทบนรถไฟฟ้าหรือเครื่องบิน รุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์แน่นอน
ส่วน ไมโครโฟนในตัว ใช้คุยโทรศัพท์หรือประชุมในห้องเงียบ ๆ พอได้ แต่ SoundGuys บอกชัดว่ามัน ตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้แย่มาก ถ้าอยู่ในที่เสียงดังปลายสายจะได้ยินเสียงรอบตัวเราเข้าไปด้วยเยอะ อีกจุดที่น่ารำคาญคือมี Sidetone (เสียงตัวเองย้อนกลับเข้าหู) ที่ปิดไม่ได้ และบางทีก็ดังขึ้นมาตอนเราพูดทั้งที่ไม่ได้รับสาย ใครเน้นคอลงานในที่จอแจควรพิจารณารุ่นอื่น
คุ้มไหม เทียบ WH-CH520 / คู่แข่งงบเดียวกัน
คู่เทียบตรง ๆ ที่สุดคือรุ่นพี่ในตระกูลเดียวกัน Sony WH-CH520 ที่ราคาขยับขึ้นไปอยู่ราว ฿1,350 ส่วนต่างราว 480 บาทนั้นได้อะไรเพิ่มบ้าง? WH-CH520 ให้ แบตยาวขึ้นเป็น ~50 ชั่วโมง, มี DSEE อัปสเกลไฟล์บีบอัด, รองรับ Multipoint ต่อ 2 เครื่องพร้อมกัน, มี Google Fast Pair และที่สำคัญคือ ใช้แอป Sony ปรับ EQ ได้ ซึ่ง WH-CH510 ทำไม่ได้สักอย่าง ถ้างบยืดได้และอยากได้ฟีเจอร์ครบกว่า WH-CH520 คือตัวเลือกที่คุ้มกว่าในระยะยาว
แต่ถ้าโจทย์คือ “ถูกที่สุดเท่าที่จะได้ของ Sony” WH-CH510 ก็ยังยืนหนึ่งในงบ ฿870 จุดที่มันยังเอาชนะคู่แข่งแบรนด์โนเนมราคาใกล้กันได้คือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ แบตที่อึดเกินป้าย และน้ำหนักเบา ส่วนถ้าอยากได้ ANC จริง ๆ ในงบไม่บานปลายมาก ลองดูพวกหูฟังครอบหูจีนรุ่นมี ANC อย่าง Edifier WH700NB หรือ Soundcore แต่ต้องแลกกับแบรนด์และความชัวร์เรื่องบริการหลังการขายที่สู้ Sony ไม่ได้
สรุป: ควรซื้อไหม?
ถ้าโจทย์คือ “หูฟังไร้สายแบรนด์ดี งบหลักร้อยปลาย ๆ แบตอึด เบา พกง่าย” — Sony WH-CH510 ตอบโจทย์ได้ดีในราคา ฿870 มันไม่ได้พยายามเป็นทุกอย่าง แต่ทำสิ่งสำคัญในระดับราคานี้ได้ครบ ทั้งแบตที่อยู่ได้เกือบทั้งสัปดาห์ น้ำหนักเบาแค่ 132 กรัม และเสียงที่ฟังเพลงทั่วไปได้สนุก พ่วงพอร์ต USB-C ที่ใช้สายร่วมกับมือถือได้ เหมาะมากสำหรับคนซื้อหูฟังไร้สายตัวแรก หรือหาตัวสำรองไว้ใช้ลุย ๆ
จุดที่ต้องยอมรับก่อนซื้อมีสามอย่างชัด ๆ คือ ไม่มี ANC, ทรงออนเอียร์กันเสียงภายนอกได้น้อยและใส่นานเริ่มเมื่อย และ ปรับ EQ ในแอปไม่ได้เพราะไม่รองรับแอป Sony ถ้าสามข้อนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการใช้งานของคุณ WH-CH510 ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มและน่าซื้อ แต่ถ้างบยืดได้อีกนิด เราแนะนำให้ขยับไป WH-CH520 ที่ได้แบตยาวกว่า ฟีเจอร์ครบกว่า และปรับเสียงเองได้ คุ้มกว่าในระยะยาวสำหรับคนส่วนใหญ่
